วันนี้ขอแนะนำหนังสือเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. โดยขอนำคำนำของผู้แปลคุณประวัติ เพียรเจริญที่จะสื่อสารเนื้อหาภายในเล่มออกมาให้คุณผู้อ่านได้อย่างชัดเจนที่สุดนะคะ

------

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบกับสถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาอยู่เสมอ บ่อยครั้งที่เราอาจรู้สึกทึ่งกับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือคนใกล้ตัวบางคนที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสามารถแจกแจงประเด็นปัญหาออกมาอย่างมีระบบ ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด และยังสามารถถ่ายทอดความคิดของตนให้คนรอบข้างเข้าใจได้อย่างชัดเจนอีกด้วย คนที่สามารถคิดได้อย่างมีระบบเช่นนี้เรียกว่าเป็นคนที่มีความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) ซึ่งทักษะแบบนี้เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในโลกของธุรกิจที่ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาภายใต้สภาพแวดล้อมและการแข่งขันที่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นในทุก ๆ วัน

ตอนนี้เราทราบแล้วว่าการคิดเชิงกลยุทธ์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำงาน แต่เมื่อชายตามองไปรอบตัวกลับพบว่าไม่ค่อยมีบทความ ตำรา หรือหนังสือเล่มใดที่จะสามารถอธิบาย “การคิดเชิงกลยุทธ์” ให้เข้าใจง่าย มองเห็นภาพชัดเจน ทั้งยังสามารถนำไปฝึกฝนได้ด้วยตนเองมากเท่าใดนัก ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงการคิดเชิงกลยุทธ์ในแง่ของนามธรรมมากเกินไป หรือไม่ก็อธิบายเรื่องการคิดเชิงกลยุทธ์ในเชิงเศรษฐศาสตร์โดยอาศัยทฤษฎีเกม (Game Theory) หรือทฤษฎีอื่น ๆ เป็นเครื่องมือ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าการคิดเชิงกลยุทธ์เป็นทักษะหรือศาสตร์สำหรับผู้บริหารระดับสูงที่นั่งประชุมกันในวอร์รูมของบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนตำราด้านการจัดการหรือการตลาดก็มักจะหยิบยกแบบจำลอง (Model) หรือกรอบความคิด (Framework) ด้านการจัดการต่าง ๆ ที่นำเสนอโดยกูรูที่มีชื่อเสียงของโลกมาอธิบายการคิดเชิงกลยุทธ์ในรูปแบบของกระบวนการ (Process) จนนักศึกษาด้านบริหารธุรกิจหลายคนเข้าใจผิดว่าแบบจำลองหรือกรอบความคิดดังกล่าวเป็นสูตรสำเร็จในการวิเคราะห์ตลาดหรืออุตสาหกรรมที่สามารถนำไปใช้กำหนดนโยบายธุรกิจได้แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร

จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้มีโอกาสพบกับหนังสือเล่มนี้ระหว่างเดินทางไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยนาโงย่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมเป็นอันดับแรกคือ หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือของค่ายตะวันตกทั้งหลายตรงที่ไม่ยึดติดกับแบบจำลอง (Management Model) หรือกรอบความคิดด้านการจัดการ (Management Framework) ใด ๆ แต่กลับแจกแจง “วิธีการคิดเชิงกลยุทธ์” ออกมาเป็นทักษะการคิดแบบง่าย ๆ 4 ประการ คือ

   

    ผู้แต่งเริ่มต้นจากการชูสถานการณ์การแข่งขันทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์และบริการที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้มีโอกาสสัมผัสอย่างใกล้ชิดในชีวิตประจำวันอย่างเช่นเครื่องดื่ม ร้านอาหาร และธุรกิจขนส่งพัสดุขึ้นมา เพื่อจะบอกว่าประเด็นปัญหาในทางธุรกิจทั้งหลายล้วนแต่เป็นเรื่องของการกำหนดกลุ่มลูกค้าหรือผลิตภัณฑ์เป้าหมาย การค้นหาแนวคิดที่แหวกแนวและชัดเจน การคิดอย่างสมเหตุสมผล มีที่มาที่ไป รวมถึงการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์หรือบริการในใจของผู้บริโภคทั้งสิ้น และการที่บริษัทใด ๆ จะประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจผ่านการวางกลยุทธ์ที่แยบยลได้ ก็ต้องเริ่มจากการมีทักษะการคิดในเรื่องดังกล่าวที่ดีเลิศนั่นเอง จากนั้นผู้แต่งจะค่อย ๆ อธิบายทักษะข้างต้นจากพื้นฐานไปทีละขั้น โดยยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ บริการ หรือบริษัทในตลาด รวมทั้งผลของการนำกลยุทธ์ที่เกิดจากการใช้ทักษะการคิดดังกล่าวไปปฏิบัติประกอบอยู่ตลอดเวลา และในตอนท้าย ผู้แต่งได้นำเอาทักษะพื้นฐานทั้ง 4 มาประสานและร้อยเรียงกันเป็น “วิธีการคิดเชิงกลยุทธ์” ที่นำไปสู่ “กลยุทธ์” หรือ “วิธีแก้ปัญหา” ที่ตรงจุด สร้างสรรค์ สมเหตุสมผล มีที่มาที่ไป และได้เปรียบในเชิงการแข่งขันได้อย่างน่าทึ่ง


สิ่งที่น่าสนใจสำหรับหนังสือเล่มนี้คือ การอธิบาย “ทักษะการคิด” ซึ่งปกติเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นภาพและเข้าใจได้ง่าย ๆ โดยอาศัยข้อมูลจริงในตลาด มีกรณีศึกษาที่ทั้งอ่านสนุกและเข้าใจง่าย รวมทั้งภาพประกอบมากมายตลอดทั้งเล่ม ทั้งนี้แม้ว่ากรณีศึกษาดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือบริษัทในประเทศญี่ปุ่นซึ่งผู้อ่านบางท่านอาจจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไรนัก เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมได้ปรึกษากับกองบรรณาธิการและได้หาข้อมูลเพื่ออธิบายเพิ่มเติมไว้ในหมายเหตุของแต่ละบทรวมทั้งในภาคผนวกรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของญี่ปุ่นและเข้าใจนัยยะของสิ่งที่ผู้แต่งต้องการจะสื่อสารให้ทราบได้ง่ายยิ่งขึ้น

จากนี้ไป การคิดเชิงกลยุทธ์คงจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเคยคิด และผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยจุดประกายให้ผู้อ่านได้หันมาศึกษาและนำทักษะการคิดพื้นฐานทั้ง 4 ประการนี้ไปฝึกปฏิบัติจริง เพื่อปูทางไปสู่ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ และนำไปใช้แก้ปัญหาหรือวางกลยุทธ์ในชีวิตการทำงานจริงอย่างได้ผลต่อไป...

ผู้แต่ง: Yoshinori Saito
ผู้แปล : ประวัติ เพียรเจริญ
ขนาด : 145 x 210 mm.
จำนวนหน้า : 352 หน้า
ISBN : 9789744433879

-----------------------------------

ดูตัวอย่างเนื้อหาและหนังสือออกใหม่ของสำนักพิมพ์  ส.ส.ท. คลิก

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

sad smile อ่านแล้วจะช่วยเราได้ไหมงะ

#1 By เฟ on 2009-06-29 15:33