Event-News

ความกลัว..จัดการได้ด้วยจินตนาการสร้างสรรค์

ใครไม่กลัวผีเชิญทางนี้

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน เมื่อวันก่อนมีโอกาสไปดูนิทรรศการที่เกี่ยวกับผีๆ
หัวข้อ “ความกลัว..จัดการได้ด้วยจินตนาการสร้างสรรค์” ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
งานนี้จัดแสดงไปถึงวันที่ 9 มกราคม 2554 ใครว่างก็ไปดูกันได้

"ผี" ในความคิดส่วนบุคคล มาสู่ "กระบวนการจัดการความกลัว"และการควบคุมสังคมให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ก่อเกิดเป็นพิธีกรรมและประเพณีรวมถึงเครื่องมือต่อสู้เพื่อความอยู่รอดจาก ธรรมชาติรอบตัว กลายเป็นต้นกำเนิด "ตำนานเรื่องเล่า" ที่ผันไปตามยุคสมัยและเป็นแรงขับเคลื่อน ความคิดสร้างสรรค์สู่โลกเศรษฐกิจ

มาชมภาพตัวอย่างกันเลยดีกว่า..
 

 
 
 
 

TPA Book Fair 2010

posted on 20 Aug 2010 09:54 by jankhuk  in Event-News



ขอเชิญหน่วยงาน องค์กร สถาบัน และบุคคลทั่วไป
ร่วมงาน TPA Book Fair 2010 ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน 2553
ณ อาคารสถาบันส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ซ.พัฒนาการ 18
เลือก หนังสือจุใจกว่า 6,000 รายการ จาก 20 สำนักพิมพ์ชั้นนำ

งานนี้พบกับหนังสือของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. ได้ครบทุกรายการ


พิเศษท่านสามารถสั่งซื้อทาง website ได้ส่วนลดเดียวกัน
ดาวน์โหลดรายการหนังสือได้ที่

http://www.tpa.or.th/publisher/new

แผนที่อาคารสถาบันส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
http://www.tpa.or.th/tpanew/contact/map_tpa_pattanakarn.php

คนรักหนังสือห้ามพลาด !!

วันนี้มีงานดี ๆ ที่อยากให้บอกต่อกันเยอะ ๆ มาฝากค่ะ ฝากจดไว้ในปฏิทินกันอีกงาน (กันลืม) ด้วยนะคะ สำหรับเราชาวไทยทุกคนซึ่ง "รักพ่อหลวง" ถ้าพลาดงานนี้คงเสียดายเป็นที่สุด



นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ “ภาพของพ่อ…บารมีแห่งแผ่นดิน”
วันที่ 11 สิงหาคม - 15 พฤศจิกายน 2552 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

เป็นนิทรรศการศิลปะที่รวบรวมผลงานพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่หาชมได้ยากและมีคุณค่าต่อ ประวัติศาสตร์ไทยจากศิลปิน ในสาขาทัศนศิลป์ ภายใต้การถ่ายทอดทัศนะทั้งความงามเชิงศิลปะ และการตีความหมายในเชิงสังคม และประวัติศาสตร์ศิลป์ และที่สำคัญไปกว่านั้น แต่ละภาพยังสะท้อนความรู้สึก จิตวิญญาณ ภาพในใจ และความประทับใจของแต่ละศิลปินที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

สวัสดีค่ะ วันนี้มีข่าวมาบอกต่อ หวังว่าจะเป็นข่าวที่ถูกใจผู้ที่รักและสนใจด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีกันนะคะ งานนี้เข้าชมงานฟรี  รายละเอียดตามนี้เลย
 
มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2552 (National Science and Technology Fair 2009)
 

 

ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 สิงหาคม 2552 (เว้น 9 สิงหาคม) ที่ อิมแพค เมืองทองธานี งานจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อฉลองการครบรอบ 30 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งยังเป็นการครบรอบ 400 ปี กาลิเลโอ ใช้กล้องโทรทรรศน์ศึกษาดาราศาสตร์ และ 150 ปี การเผยแพร่หนังสือ The Origin of Species ของ ชาร์ลส ดาร์วิน เจ้าของทฤษฎี ”วิวัฒนาการ” และตำนานเกาะกาลาปากอส ภายในงานจะนำผลงานมาจัดแสดงให้ได้ชมอย่างเสมือนจริงอีกด้วย  ภายใต้แนวคิด “สร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต : ผลงานกระทรวงวิทย์ฯ คิดเพื่อคนไทย”

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

--------------------------------------

แถมประชาสัมพันธ์หนังสือใหม่ของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. ด้วยคะ
ชื่อ คิดสุดล้ำ กับการทดลองแบบไอน์สไตน์
ผู้เขียน: Kaoru  Takeuchi / ผู้แปล: ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์




มาดูสิว่า การทดลองแบบใช้ความคิดจินตนาการ หรือการใช้สมองในการจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ
ที่ทั้งสนุก และน่าตื่นเต้น จะนำไปสู่การค้นพบหลักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างที่ไอน์สไตน์เคยทำมาแล้วได้อย่างไร ?

 

ดูตัวอย่างเนื้อหาและหนังสือใหม่ของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. ได้ที่ คลิก

ไปพบมาค่ะ น่าจะมีประโยชน์สำหรับหลาย ๆ คน ที่กำลังจะเลือกหน้ากากกันค่ะ...

หน้ากากอนามัย กลายเป็นสินค้าขายดีขึ้นมาทันทีในหมู่คนไทย เมื่อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่กระจายไปในกลุ่มคนจำ นวนมากขึ้น แต่หน้ากากอนามัยไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว และหลายคนเชื่อว่าหน้ากากอนามัยช่วยป้องกันได้ ขณะที่บางคนอาจสงสัยว่าจะช่วยป้องกันเชื้อโรคได้มากน้อยแค่ไหนกันเชียว
       
ในช่วงระหว่างวันที่ 22-28 มิ.ย.52 นี้ กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นสัปดาห์แห่งการรณรงค์การใช้หน้ากากอนามัยในโรงพยาบาล เพื่อรณรงค์ให้ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจสวมใส่หน้ากากอนามั ยเมื่อมาติดต่อกับโรงพยาบาล และส่งเสริมให้บุคคลากรในโรงพยาบาล เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ ซึ่ง องค์การอนามัยโลกระบุว่าการใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการแพร่กระจายของละอองเล็กๆ จากการไอจามที่มีเชื้อโรคอยู่ ได้ถึงร้อยละ 80
       
หน้ากากอนามัยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาหรือร้านชายเวชภัณฑ์ทั่วไป ซึ่งบางร้านอาจมีจำหน่ายเพียงชนิดเดียว ขณะที่บางร้านอาจมีให้เลือกมากมายหลายชนิด ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ จึงได้ลงพื้นที่สำรวจหน้ากากอนามัยในร้านขายยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่จะจำหน่ายหน้ากากอนามัยชนิดที่ทำจากเยื่อกระดาษ 3 ชั้น และหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าฝ้าย และมีบางร้าน เช่น ร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรม และร้านมงกุฎเวชภัณฑ์ ที่จำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบ N95 ด้วย

หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้ดี สามารถป้องกันของเหลวซึมผ่านได้ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการไอหรือจาม ซึ่งหน้ากากอนามัยประเภทนี้ อาจสามารถป้องกันผู้สวมใส่จากเชื้อโรคได้ในจำพวกเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา แต่หากเป็นเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากในระดับไมครอน อาจจะไม่สามารถป้องกันได้ และ ไม่ควรมีการนำมาใช้ซ้ำ ควรเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน โดยมีราคาชิ้นละประมาณ 5 บาท

 

หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้าฝ้าย เน้นใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอจาม แต่อาจ ไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้เช่นเดียวกับหน้ากากอนามัยกระดาษ และ สามารถซักทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยราคาประมาณชิ้นละ 5-10 บาท

 

หน้ากากอนามัยชนิด N95 เป็นหน้ากากอนามัยที่ยอมรับกันในขณะนี้ว่า สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ดีที่สุด เพราะป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน และมีอายุการใช้งานนานประมาณ 3 สัปดาห์ แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรจะเปลี่ยนใหม่ทุกวัน ราคาชิ้นละประมาณ 30-50 บาท

 

สำหรับหน้ากากป้องกันมลพิษ สามารถป้องกันฝุ่นละออง ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทว่าไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ฉะนั้นจึงไม่เหมาะที่จะนำมาสวมใส่เพื่อป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ
       
เมื่อหน้ากากอนามัยในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายเช่นนี้ ทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์ จึงได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน ซึ่งบอกว่า หน้ากากอนามัยสามารถช่วยป้องกันเชื้อโรคได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากขอบของหน้ากากอนามัยทั่วไป (หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น/หน้ากากผ่าตัด หรือ surgical mask) ยังไม่มิดชิดเข้ากับผิวหน้าของผู้สวมใส่ เชื้อโรคจึงสามารถเล็ดลอดผ่านบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยแบบ N95 ถือว่ามีความมิดชิดมากที่สุด
       
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมใหม่อย่างเครื่องกรองอากาศแบบสอดจมูก ซึ่งฉีกไปจากหน้ากากอนามัยรูปแบบเดิม เพราะมีขนาดเล็กที่สามารถสอดเข้ากับรูจมูกได้โดยตรง แถมผู้ผลิตยังให้ข้อมูลว่ามีระบบฟิลเตอร์นาโน (Nano Filter) ที่สามารถกรองฝุ่นละอองและยับยั้งเชื้อโรคในอากาศชนิดต่างๆ ได้ทั้งเชื้อราและเชื้อไวรัส โดยมีราคาประมาณ 3 ชิ้น 50 บาท และอายุการใช้งานนานประมาณ 40-50 ชั่วโมง ซึ่ง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ บอกว่า ถ้าจะใช้ป้องกันเชื้อโรคอาจได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเชื้อโรคยังสามารถเข้าทางปากได้ ทางที่ดีจึงควรปิดทั้งปากและจมูก
       
ที่สำคัญ การสวมใส่หน้ากากอนามัยสำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ สามารถช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากการไอจามได้เป็นอ ย่างดี ฉะนั้นผู้ที่ป่วยหรือไม่สบายจึงควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นอย่างยิ่ง และ ควรเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน ไม่ควรใช้ซ้ำของเดิม และ ก่อนการสวมใส่หรือถอดหน้ากากอนามัยนั้นควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เนื่องจากมือของเราสัมผัสกับสิ่งต่างๆ มากมาย จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคจำนวนมาก
       
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า หน้ากากอนามัยประเภทไหนป้องกันเชื้อโรคขนาดเล็กได้กี่ไมครอน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ชี้ว่าควรจะมีหน่วยงานกลางตรวจสอบและให้การรับรองด้วย เช่นเดียวกับยาทากันยุง ที่ต้องตรวจสอบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันยุงเข้าใกล้ได้ในระยะกี่เมตรและนานกี่ชั่วโมง เป็นต้น
       
อย่างไรก็ตาม โรคไข้หวัดใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคติดเชื้อที่เกิดจากการหายใจ เอาอนุภาคที่ติดเชื้อเข้าไป โดยอนุภาคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อนี้มีขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอน และเมื่อผู้ป่วยไอหรือจามออกมาอนุภาคมักกระจายไปในระยะไม่เกิน 3 ฟุต (Droplet precautions) ฉะนั้นเชื้อไวรัสส่วนใหญ่จึงมักปนเปื้อนมากกับละอองน้ำมูกหรือน้ำลายของผู้ป่วย ซึ่งหน้ากากอนามัยทั่วไปสามารถป้องกันละอองเหล่านี้ได้
       
ส่วนโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่เกิดจากการหายใจเอาอนุภาคที่ติดเชื้อเข้าไป โดยอนุภาคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อนี้มีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน เช่น วัณโรค และ โรคทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (ซาร์ส) อนุภาคเหล่านี้สามารถฟุ้งกระจายไปได้ไกลและอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน (Airborne precautions) ซึ่งหน้ากากแบบ N95 จะสามารถช่วยป้องกันได้ แต่หน้ากากอนามัยทั่วไปอาจไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคในกลุ่มนี้ได้.      

ขอขอบคุณ : ข้อมูลจาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์

สวัสดีกันอีกครั้ง
ได้ไปพบโครงการดีๆ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม จึงขอนำมาบอกต่อสำหรับเพื่อนๆ ที่มีใจอาสา... 
ในโครงการ...

"อาสา...สร้างห้องสมุด/ศูนย์กิจกรรมเด็ก ดินลูกลัง รุ่นที่ 3"
วันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2552 ณ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว (3 วัน 3 คืน) อาสาเรียนรู้...สร้างห้องสมุด/ศูนย์กิจกรรมเด็ก ดินลูกลัง ขั้นตอนดูดิน การทำอิฐ การก่อ การฉาบ การทำหลังคา รวมทั้ง Workshop เทคนิค ความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้านดินจนได้บ้านดิน...ร่วมกิจกรรมกับค่ายอาสา สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ กิจกรรมร้องเล่นเป็นเรียนรู้ (ครูชายทุ่ง) ร่วมทำบุญ ตักบาตร ก่อนวันเพรรษา เพื่อความเป็นศิริมงคล 3 ก.ค. 52 เดินทางมาสระแก้ว

18.00 - 21.00 น. เดินทางมาสวนรอยยิ้มของพ่อ
21.00 -             รับประทานอาหารรอบดึก ก่อนพักผ่อนตามอัธยาศัย

*หมายเหตุ  สำหรับอาสาที่เดินทางมาเย็นวันศุกร์จะพักที่สวนรอยยิ้ม 1 คืน จากนั้นก็พักที่โรงเรียนบ้านโคกสว่าง 2 คืน
            สำหรับอาสาที่เดินทางมาตอนเช้าวันที่ 4 จะพักที่โรงเรียนบ้านโคกสว่าง 2 คืน

4 ก.ค.2552 เรียนรู้และรู้จักกับบ้านดิน

07.00 - 08.00 น.        รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน (สวยรอยยิ้มของพ่อ)
08.00 - 08.30 น.        พูดคุยนัดแนะ ทำความเข้าใจ กำหนดการ
08.30 - 09.00 น.        เดินทางไปโรงเรียนบ้านโคกสว่าง
09.00 - 09.30 น.        ทำความรู้จักกับบ้านดิน
09.30 - 12.00 น.        เรียนรู้การทำอิฐดินดิบ การก่ออิฐดิน
12.00 - 13.00 น.        รับประทานอาหารร่วมกัน (โรงเรียนบ้านโคกสว่าง)
13.00 - 14.00 น.        ร่วมพิธีเปิดค่ายอาสาบ้านดิน และค่ายอาสาพัฒนาถิ่น (สโมสรนักศึกษาฯ)
                              โดย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมากฝ้าย
14.00 - 17.00 น.        ก่ออิฐดิน (ต่อ)
17.00 - 19.00 น.        พักผ่อนตามอัธยาศัย
19.00 - 20.00 น.        รับประทานอาหารร่วมกัน (โรงเรียนบ้านโคกสว่าง)
21.00                       แลกเปลี่ยนพูดคุย พักผ่อนตามอัธยาศัย

*หมายเหตุ พักที่โรงเรียนบ้านโคกสว่าง ร่วมกับนักศึกษา หากท่านใดมีเต้นท์ก็สามารถนำมาได้

5 ก.ค.2552 เรียนรู้การฉาบ ทำกิจกรรมร่วมกับนักศึกษา

08.00 - 09.00 น.       รับประทานอาหารร่วมกัน
09.00 - 12.00 น.       ก่ออิฐ ติดตั้งช่องลม ประตู หน้าต่าง
                             กิจกรรมร้องเล่นเป็นเรียนรู้ ร่วมกับ นักศึกษา
12.00 - 13.00 น.       รับประทานอาหารร่วมกัน
13.00 - 16.00 น.       เรียนรู้เรื่องการฉาบบ้านดิน
16.00 - 18.00 น.       พักผ่อนตามอัธยาศัย (พร้อมกับเตรียมการแสดง สำหรับ รอบกองไฟ คืนนี้)
18.00 - 19.00 น.       รับประทานอาหารร่วมกัน
19.00 - 21.30 น.       รอบกองไฟ
21.30 น.                  พักผ่อนตามอัธยาศัย

6 ก.ค. 52 ทำบุญ ตักบาตร เพื่อเป็นศิริมงคล พร้อมกับเก็บรายละเอียดของงาน

06.00           ร่วมกันเตรียมจัดสถานที่และทำอาหาร สำหรับถวายเพลพระสงฆ์
08.00           รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน
09.00           เตรียมสถานที่ ความเรียบร้อย
10.30           ถวายเพลพระสงฆ์
12.00           รับประทานอาหารร่วมกัน
13.00           เก็บรายละเอียดงาน พร้อมกับสรุปค่ายอาสาบ้านดิน
15.00           อาสาบ้านดินเตรียมตัวเดินทางกลับ
16.00           เดินทางออกจากโรงเรียนบ้านโคกสว่าง

การเดินทางมารอยยิ้มบ้านดิน (สวนรอยยิ้มของพ่อ)
เดินทางมารถโดยสารประจำทาง  ให้มาลงที่ บขส.จังหวัดสระแก้ว เราจะออกไปรับท่านเอง
(จาก กทม. ถึงสระแก้ว เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

 
>>> เที่ยวรถบัสประจำทางจากหมอชิต เที่ยวแรก 04.00 น. ถึง 17.00 น. รถออกทุกชั่วโมง >>> เที่ยวรถบัสประจำทางจากเอกมัย เที่ยวแรก 05.00 น. ถึง 17.00 น. รถออกทุกชั่วโมง >>> เที่ยวรถตู้จากอนุสาวรีย์ เที่ยวแรก 05.00 น. ถึง 18.00 น. รถออกทุกชั่วโมง >>> เที่ยวรถตู้จากฟิวเจอร์รังสิต เที่ยวแรก 05.00 น. ถึง 18.00 น. รถออกทุกชั่วโมง
กำหนดการรับ - ส่ง อาสา
    * รอบ ที่ 1 19.00 น. ถึง 21 .00 น. วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2552
    * รอบ ที่ 2 08.00 น. ถึง 09.00 น. วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2552

ส่วนท่านที่อยากได้บรรยากาศบนรถไฟฟรี ของรัฐบาล มี 2 รอบ ออกจากหัวลำโพง คือ
        .... 05.30 น. ถึง สถานีรถไฟสระแก้ว ประมาณ 11.00 น. (ติดต่อ 085-4805595)
        .... 13.00 น. ถึง สถานีรถไฟสระแก้ว ประมาณ 18.30 น. (ให้รอที่สถานี)

เดินทางโดยรถส่วนตัว  เมื่อถึงอ.เมืองสระแก้วแล้ว ให้เดินทางมาตามถนนเส้น อุทยานแห่งชาติปางสีดา - คลองน้ำเขียว - คลองทราย
มาไม่ถูกให้โทร. 085-4805595  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่  


     
เขารับจำนวน 30 ท่านเท่านั้น

ที่มา : www.royyimbaandin.com

มีนักศึกษาไปถามไว้ที่ กระดานสนทนา ส.ส.ท. น่าจะมีหลายๆ คน คงอยากเข้าใจความหมายเช่นกัน

1. เทคโนโลยี หมายถึงอะไร
2. เทคโนโลยี มีกี่ระดับอะไรบ้าง
3. เหตุใดมนุษย์ถึงมีเทคโนโลยีเป็นวิธีการในการเพิ่มและพัฒนาคุณภาพ
4. ขั้นตอนการดำเนินการของกระบวนการออกแบบและสร้างสรรค์ โดยกระบวนการเทคโนโลยี
5. ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยี

 

1. ความหมายของเทคโนโลยี
คำว่า เทคโนโลยี ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า "Technology" ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า "Technologia" แปลว่า การกระทำที่มีระบบ อย่างไรก็ตามคำว่า เทคโนโลยี มักนิยมใช้ควบคู่กับคำว่า วิทยาศาสตร์ โดยเรียกรวม ๆ ว่า "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี"

*** พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน (2539 : 406) ได้ให้ความหมายของเทคโนโลยี คือ "วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้ให้เกิด ประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม"

นอกจากนั้นยังมีผู้ให้ความหมายของเทคโนโลยีไว้หลากหลาย ดังนี้ คือ

*** ผดุงยศ ดวงมาลา (2523 : 16) ได้ให้ความหมายของเทคโนโลยีว่าปัจจุบันมีความหมายกว้างกว่ารากศัพท์เดิม คือ หมายถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกล สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ทาง อุตสาหกรรม ถ้าในแง่ของความรู้ เทคโนโลยีจะหมายถึง ความรู้หรือศาสตร์ที่เกี่ยวกับเทคนิคการผลิตในอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ หรืออาจสรุปว่า เทคโนโลยี คือ ความรู้ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์แก่มนุษย์เอง ทั้งในแง่ความเป็นอยู่และการควบคุมสิ่งแวดล้อม

*** สิปปนนท์ เกตุทัต (ม.ป.ป. 81) อธิบายว่า เทคโนโลยี คือ การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ มาผสมผสานประยุกต์ เพื่อสนองเป้าหมายเฉพาะตามความต้องการของมนุษย์ด้วยการนำทรัพยากรต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตและจำหน่ายให้ต่อเนื่องตลอดทั้งกระบวนการ เทคโนโลยีจึงมักจะมีคุณประโยชน์และเหมาะสมเฉพาะเวลาและสถานที่ และหากเทคโนโลยีนั้นสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม เทคโนโลยีนั้นจะเกื้อกูลเป็นประโยชน์ทั้งต่อบุคคลและส่วนรวม หากไม่สอดคล้องเทคโนโลยี นั้น ๆ จะก่อให้เกิดปัญหาตามมามหาศาล

*** ธรรมนูญ โรจนะบุรานนท์ (2531 : 170) กล่าวว่า เทคโนโลยี คือ ความรู้วิชาการรวมกับความรู้วิธีการ และความชำนาญที่สามารถนำไปปฏิบัติภารกิจให้มีประสิทธิภาพสูง โดยปกติเทคโนโลยีนั้นมีความรู้วิทยาศาสตร์รวมอยู่ด้วย นั้นคือวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ เทคโนโลยีเป็นการนำความรู้ไปใช้ในทางปฏิบัติ จึงมักนิยมใช้สองคำด้วยกัน คือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเน้นให้เข้าใจว่า ทั้งสองอย่างนี้ต้องควบคู่กันไปจึงจะมีประสิทธิภาพสูง

*** ส่วน ชำนาญ เชาวกีรติพงศ์ (2534 : 5) ได้ให้ความหมายสั้น ๆ ว่า เทคโนโลยี หมายถึง วิชาที่ว่าด้วยการประกอบวัตถุเป็นอุตสาหกรรม หรือวิชาช่างอุตสาหกรรม หรือการนำเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ในทางปฏิบัติ
จาก การที่มีผู้ให้ความหมายของเทคโนโลยีไว้หลากหลาย สรุปได้ว่า เทคโนโลยี หมายถึง วิชาที่นำเอาวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ มาประยุกต์ใช้ตามความต้องการของมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

***** พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกล่าวถึงความหมายของเทคโนโลยีเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า หมายถึง การรู้จักนำมาทำให้เป็นประโยชน์นั่นเอง (เย็นใจ เลาหวณิช. 2530 : 67)

ที่มา : http://arc.rint.ac.th/center/pongsak/e_ ... it4_2.html

------------------------

2. เทคโนโลยี มีกี่ระดับอะไรบ้าง

เทคโนโลยีมี 4 ระดับ ได้แก่

1. เทคโนโลยีระดับเบื้องต้น  สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ หรือสามารถพัฒนาขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ตู้เย็น โทรศัพท์ เป็นต้น

2. เทคโนโลยีระดับกลาง  มักต้องซื้อจากต่างประเทศ แต่สามารถพัฒนาได้ภายในประเทศ หากมีแผนการพัฒนาที่ต่อเนื่อง เช่น โทรทัศน์  เครื่องเสียง เป็นต้น

3. เทคโนโลยีระดับสูง ต้องซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ แต่สามารถใช้งานโดยคนไทย หากพัฒนาในประเทศจะต้องซื้อเทคโนโลยีแกนจากต่างประเทศ เช่น คอมพิวเตอร์  โทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น

4. เทคโนโลยีระดับสูงมาก ต้องซื้ออุปกรณ์ และทักษะการใช้งานจากต่างประเทศ  เช่น ระบบคมนาคมสื่อสารขนาดใหญ่

-----------------------------------------------------------------
ที่มา : หนังสือยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. - http://www.nstda.or.th) "

-------------------------

3. เหตุใดมนุษย์ถึงมีเทคโนโลยีเป็นวิธีการในการเพิ่มและพัฒนาคุณภาพ
เพราะมนุษย์ต้องการความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ในเรื่องวิถีการใช้ชีวิต  การทำงาน รวมไปถึงสังคม
เพราะมนุษย์เรามีสมอง มีการจดบันทึก มีวิธีคิด วิธีทดลองและการสร้างสรรค์ ทำให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีไปได้เรื่อย ๆ

------------------------

4. ขั้นตอนการดำเนินการของกระบวนการออกแบบและสร้างสรรค์ โดยกระบวนการเทคโนโลยี
    (ไม่ค่อยเข้าใจคำถามครับ ไม่แน่ใจว่าจะตอบถูกหรือไม่ หุ หุ...)

เริ่ม จากการวิจัย เป็นเรื่องธรรมดาที่การวิจัยวิทยาศาสตร์ใน 20 - 30 โครงการ จะประสบความสำเร็จและมีความเหมาะสมต่อการนำมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยีเพียง 2 หรือ 3 โครงการ

ระยะเวลาที่เริ่มตั้งแต่การวิจัยวิทยาศาสตร์ไปจนถึง ขั้นตอนการทดลองนำไปใช้ในการผลิตจะมีระยะเวลาประมาณ 15 ปี เป็นอย่างน้อย จากนั้นจึงจะเริ่มนำเทคโนโลยีนี้เข้าตลาด เป็นระยะที่เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Sunrise Technology (พระอาทิตย์ขึ้น) และหลังจากผ่านระยะการขยายตัว  อิ่มตัว  และเทคโนโลยีดังกล่าวจะเริ่มเข้าสู่ระยะลดต่ำลง หรือเริ่มล้าสมัยที่เราเรียกว่า Sunset Technology (พระอาทิตย์ตกดิน)
ซึ่งเรียกว่า วัฏจักรของเทคโนโลยี  ได้แก่

    1. วิจัย  (Research)
   2. พัฒนา  (Develope)
   3. โครงการต้นแบบ  (Pilot)
   4. แนะนำเชิงพาณิชย์  (Intro)
   5. ขยายวงการใช้เทคโนโลยี  (Growth)
   6. ระยะอิ่มตัว  (Mature)
   7. ระยะลดต่ำ  (Decline)

-----------------------------------------------------------------------
ที่มา : หนังสือเอกสารวิชาการ นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : วิวัฒนาการและการจัดาการ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน

---------------------------------------------------------

5. ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยี

     สิปปนนท์ เกตุทัต (ม.ป.ป. : 80) กล่าวว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความจำเป็นและเพิ่มความสำคัญเป็นลำดับมากขึ้นต่อ การดำรงชีวิตของมนุษย์แม้ว่าการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเอื้ออำนวยใน ด้านชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายและอายุยืนนานขึ้น หากการการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ โดยมิได้พิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบและกว้างไกลแล้ว ย่อมเกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมและสมดุลทางธรรมชาติอย่างมหันต์ เมื่อมองไปข้างหน้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควรช่วยเตรียมให้มนุษย์มีความพร้อมที่จะเผชิญกับ ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ข้อที่พึงตระหนัก คือ การดำรงชีวิตของมนุษย์มิใช่เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากธรรมชาติ หรือการทำตนอยู่เหนือธรรมชาติ หากแต่มนุษย์ต้องเรียนรู้ธรรมชาติที่จะดำรงชีวิตอย่างสันติร่วมกับผู้อื่น กับสังคมวัฒนธรรม และกับธรรมชาติ

      ดังนั้นในชีวิตประจำวันของมนุษย์ทุกคน จะต้องเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา เกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการทางด้านความรู้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ ด้าน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้บุคคลในสังคม รู้จักวิธีการคิดอย่างมีเหตุผล มีวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีระบบ อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญาซึ่งวิธีการคิดนั้นเป็นวิธีเดียวกัน กับที่ใช้อยู่ในกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์

(ลองวิเคราะห์ ประโยชน์และโทษ ออกมาเป็นข้อ ๆ เอาเองนะครับ หุ หุ...)

-------------------------------------------------------------------------
ไปดูเนื้อหาเพิ่มเติมที่ :
http://arc.rint.ac.th/center/pongsak/e_ ... it4_7.html

 

Productivity Expo 2009

posted on 04 Jun 2009 13:52 by jankhuk  in Event-News

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม ขอเชิญร่วมงาน
Productivity Expo 2009
มหกรรมความรู้ ความช่วยเหลือเพื่อธุรกิจไทยแข็งแกร่ง
ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2552 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์

พบกับการประชุมสัมมนา Productivity Forum จะมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ ปาฐกถาพิเศษ “Productivity–Tomorrow’s Hope” โดยนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ผลการศึกษา ถอดรหัสยุทธศาสตร์การเพิ่มผลผลิตของประเทศ, การปาฐกถา “Productivity: Key to Economic Success and Sustainable Development” ในประเด็นผลิตภาพกับความสามารถการแข่งขันภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และการแข่งขันระหว่างประเทศ
      
นอกจากนั้นยังมีการประชุมสัมมนาในหลายหัวข้อ เช่น Recommendation for Customized Manufacturing System based on Toyota production System

ในส่วนของนิทรรศการแสดงผลงานและโครงการความช่วยเหลือที่มีต่อองค์กร ธุรกิจต่างๆ ทั้งที่อยู่ในรูปของตัวเงิน และการปรับปรุงองค์กรผ่านการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแนะนำ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ftpi.or.th หรือโทร.0 2619 5500 ต่อ 404,405

(ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์  ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2552)

 

 

และขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังการเสวนา หัวข้อ เปิดบันทึก...กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ Louis Vuitton
ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน  2552 เวลา 12.00-13.00 น. ณ เวทีเปิดของงาน
  ดำเนินรายการโดย คุณคุณานันท์  ทยายุทธ์
วิทยากรโดย ทิพวรรณ อภิวันท์วรรัตน์
ผู้อำนวยการสายงาน (ภาษาและสิ่งพิมพ์) สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณอัญชลี 02-258-0320 ต่อ 1921  

ผ่านกันไปแล้ว สำหรับการแข่งขัน
หุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 30-31 พ.ค. 2552 ณ MCC Hall ณ เดอะมอลล์ บางกะปิ
คราวนี้เลยขอนำภาพบรรยากาศการแข่งขันมาให้ชมกัน....ใครเป็นใครดูกันเลย

ชมภาพบรรยากาศทั้งหมดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.tpa.or.th/robot/tparobot2009/

สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)
ขอเชิญ ร่วมชม ร่วมเชียร์  ร่วมการค้นหาแชมป์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ในการแข่งขัน
หุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย
ระหว่างวันที่ 30-31 พ.ค. 2552 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ

ในงานพบกับ 4 การแข่งขันสุดมันส์
1. การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย ในเกม ร่วมตะลุย ลั่นกลองชัย
2. การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ยุวชนกรังด์ปรีซ์
- Robo Knight : หุ่นยนต์อัศวิน
- Robo Gymnastic : หุ่นยนต์แข่งยิมนาสติก
- หุ่นยนต์เล่นละคร และหุ่นยนต์ชอบเที่ยว
3. การแข่งขัน PLC Competition ในเกม หุ่นยนต์ทอยหลุม
4. การประกวดกองเชียร์ระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา

เข้าชมฟรี ! งานนี้ห้ามพลาด !

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายการตลาดและสมาชิกสัมพันธ์ โทร. 02-258-0320-5 ต่อ 1111, 1113